พลังงานเป็นอีกปัจจัยหลักในองค์กรที่สร้างภาระค่าใช้จ่ายให้เกินความจำเป็น

ปัจจุบันความต้องการใช้พลังงานของประเทศ ซึ่งหมายรวมถึงพลังงานไฟฟ้าได้เพิ่มสูงขึ้นเป็นลำดับเนื่องจากมีจำนวนประชากรมากขึ้นและการพัฒนาอุตสาหกรรมและเศรษฐกิจยังคงดำเนินต่อไปอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ปริมาณสำรองพลังงานที่มีอยู่ลดลง ขณะเดียวกันปัญหาภาวะโลกร้อนได้ทวีความรุนแรงขึ้นส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลก นำมาซึ่งภัยพิบัติทางธรรมชาติที่ส่งผลกระทบและสร้างความเสียหายแก่ชีวิตและทรัพย์สินมากขึ้นทุกขณะ หลายภาคส่วนได้ร่วมกันแสวงหามาตรการและวิธีดำเนินการ เพื่อบรรเทาผลกระทบอย่างจริงจัง

การใช้พลังงาน

พลังงานเป็นอีกปัจจัยหลักในองค์กรที่สร้างภาระค่าใช้จ่ายให้เกินความจำเป็น โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับสำนักงานที่มีขนาดใหญ่ หรือธุรกิจที่มีโรงงานแล้วยิ่งมีโอกาสที่จะเสียค่าใช้จ่ายไปกับการใช้พลังงานอย่างสิ้นเปลืองมากเลยทีเดียว แต่ทว่าทางแก้สำหรับปัญหาในการลดการใช้พลังงานนั้นจริงๆ แล้วง่ายกว่าที่เราคิด เพียงแค่ค่อยๆ เริ่มต้นเปลี่ยนแปลงจากจุดเล็กๆ ในบริษัทไปเรื่อยๆ รับรองได้เลยว่าการใช้พลังงานก็จะลดลงเอง โดยวิธีที่ว่าก็มีดังนี้

– ถ้าองค์กรเราเป็นลักษณะออฟฟิศแล้ว ก็ควรมีการปลูกฝังพนักงานในการลดใช้พลังงานด้วยเรื่องง่ายๆ อย่างเช่น ปิดไฟ ปิดปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าเมื่อไม่ได้ใช้หรือก่อนกลับบ้าน เป็นต้น

– ลองศึกษาถึงเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อพิจารณาถึงการลงทุนเปลี่ยนอุปกรณ์ไฟฟ้าแบบเก่าที่กินไฟมาเป็นอุปกรณ์รุ่นใหม่ๆ ที่มีระบบ Ecosystem ที่จะช่วยให้ประหยัดพลังงานมากขึ้น รวมไปถึงการปรับเปลี่ยนหลอดไฟแบบปกติให้เป็นหลอดฟลูออเรสเซนท์ เพราะจะสามารถช่วยประหยัดไฟได้ถึง 75%

แนวโน้มการดำเนินชีวิตแบบเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมของผู้บริโภคในเวลานี้นั้นครอบคลุมในทุกส่วนของการใช้ชีวิต ทั้งด้านอาหาร ไลฟ์สไตล์ ไปจนถึงการพัฒนาเศรษฐกิจที่มีสัดส่วนของการเจริญเติบโตด้านสิ่งแวดล้อมที่เพิ่มมากขึ้น การเริ่มต้นธุรกิจที่แปะป้าย “สีเขียว” หรือธุรกิจประเภทรักษาสิ่งแวดล้อมเพื่อความยั่งยืนนั้นจึงกลายเป็นเรื่องที่เข้ามาอยู่ในกระแสอย่างรวดเร็ว ทว่าเมื่อเราพูดถึงการปรับเปลี่ยนธุรกิจให้เข้าสู่ทางเดินสายนี้นั้นก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะมีการคาบเกี่ยวหรือทับซ้อนกับธุรกิจประเภทอื่นอยู่เสมอ และการใส่ใจในทุกขั้นตอนการผลิตสินค้าสีเขียวอันเป็นหัวใจหลักของธุรกิจนั้นก็ต้องทำอย่างเคร่งครัดกว่าปรกติเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือในคุณภาพสินค้าให้เกิดขึ้นให้ได้มากที่สุด ด้วยต้นทุนการผลิตที่สูงกว่าหากเปรียบเทียบกับธุรกิจที่ใกล้เคียงกัน รวมถึงกลุ่มเป้าหมายที่เป็นกลุ่มเฉพาะอีกด้วย หลากหลายประเภทธุรกิจเพื่อการรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนจึงต้องวิ่งให้ทันกับความเปลี่ยนแปลงของผู้บริโภคที่ล่วงหน้าไปก่อนเสมอ จึงดูเหมือนว่าการเริ่มต้นธุรกิจที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมนั้น ก็ไม่ได้ใจเย็นและเป็นกันเองกับผู้ผลิตเลยสักนิดเดียว

Comments are currently closed.