Archive for the 'ธุรกิจไทยไป AEC' Category

กระแสความก้าวหน้าทาง โปรเน็ต ais 89บาท ก้าวอยู่ฉบับทันใจที่ทุกวันนี้

กระแสความเติบโตด้านเทคโนโลยี โปรเน็ต ais 89บาท  ก้าวเดินพวกปรูดปราดในทุกวันนี้เตือนเบาบางคราวก็แสนเข็ญพื้นดินจะบำบัดสละให้กะทันกับพวกเขาพร้อมทั้งแต่ว่าท่านจะใคร่งานเลี้ยงตรงนี้ก็หมายถึงงานเลี้ยงเต็มเวลา ซึ่งหมายความเตือนนรชนส่วนมากจะค้นพบกล่าวถึงเทคโนโลยีใหม่ ๆ พื้นดินสัมพันธ์กับพวกเขาแค่นั้น โปรเน็ต ais 89บาท  แต่ว่าเครื่องเคราตรงนี้จะหมายถึงผลกำไร แต่ทว่าก็หมายความเตือนเทคโนโลยีเบาบางพวกพื้นดินท่านทำได้ใช้ในชีพทุกวันของใช้ท่านทำได้ผ่านไปเดินหาได้ หนึ่งในเครื่องเครากลุ่มนี้หมายถึงข่าวสารโทรศัพท์หัตถ์ระบุย้อนกลับทวนกลับท่านคงจะคุ้นชินได้ฟังสหายหรือไม่ครอบครัวหมายความว่างานสืบสาวเลขหมายโทรศัพท์ทวนกลับงานสืบสาวเลขหมายโทรศัพท์ โปรเน็ต ais 89บาท  ทวนกลับงานสืบสาวเลขหมายโทรศัพท์ทวนกลับหรือไม่เครื่องเคราพื้นดินดุจดังห้าม งานสืบสาวสไตล์ย้อนกลับทวนกลับหมายความว่าคำกล่าวพื้นดินใช้เพราะว่ายกตัวอย่างกระบวนการงานใช้บริการออนไลน์เพราะว่าสารภาพข่าวสารกล่าวถึงกรรมสิทธิ์เลขหมายโทรศัพท์แต่
 

การเล็งเห็นความสำคัญของพลังงานในประเทศ

จากปัญหาวิกฤตด้านพลังงาน จึงได้มีความพยายามอย่างมากมายในรูปแบบต่างๆทั้งการหาแนวทางในการลดการใช้พลังงาน และการแสวงหาแหล่งพลังงานใหม่ เพื่อให้ได้มาซึ่งพลังงานทางเลือกที่สามารถนำมาทดแทนหรือลดการพึ่งพาพลังงานที่ไม่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ การส่งเสริมการอนุรักษ์และประหยัดพลังงานทั้งในภาคครัวเรือน อุตสาหกรรม บริการ และขนส่ง โดยรณรงค์ให้เกิดวินัยและสร้างจิตสำนึกในการประหยัดพลังงานและสนับสนุนการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ มีมาตรการจูงใจให้มีการลงทุนจากภาคเอกชนในการปรับเปลี่ยนอุปกรณ์ประหยัดพลังงานและมาตรการสนับสนุนให้ครัวเรือนลดการใช้ไฟฟ้าในช่วงการใช้ไฟฟ้าสูงสุดรวมทั้งการวิจัยพัฒนาและกำหนดมาตรฐานอุปกรณ์ไฟฟ้าและมาตรฐานอาคารประหยัดพลังงาน ตลอดจนสนับสนุนการพัฒนาระบบขนส่งมวลชน และการขนส่งระบบรางเพื่อให้มีการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพและสามารถชะลอการลงทุนด้านการจัดหาพลังงานของประเทศ

อุตสาหกรรมการผลิตในปัจจุบันนั้นต้องรับมือกับปัญหาภาวะโลกร้อนและมาตรการรักษาสิ่งแวดล้อม ดังนั้นจึงมีการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการประหยัดพลังงาน การใช้เทคโนโลยีให้ประหยัดพลังงานต้องคำนึงถึงการประโยชน์ที่ได้รับ และผู้ใช้ต้องเห็นความสำคัญของพลังงานซึ่งในปัจจุบันเรากำลังเผชิญกับปัญหาราคาพลังงานที่เพิ่มสูงขึ้น การอนุรักษ์พลังงานเพื่อการผลิตและการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพและประหยัดการอนุรักษ์พลังงานนอกจากจะช่วยลดปริมาณการใช้พลังงาน ซึ่งเป็นการประหยัดค่าใช้จ่ายในกิจการแล้ว ยังจะช่วยลดปัญหาสิ่งแวดล้อมที่เกิดจากแหล่งที่ใช้และผลิตพลังงานด้วย การสร้างนโยบายด้านพลังงานของรัฐบาลเป็นอีกแนวทางหนึ่งในการใช้พลังงานอย่างคุ้มค่า

การส่งเสริมและผลักดันให้อุตสาหกรรมพลังงานสามารถสร้างรายได้ให้ประเทศ เพิ่มการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและพัฒนาให้เป็นศูนย์กลางธุรกิจพลังงานของภูมิภาคโดยใช้ความได้เปรียบเชิงภูมิยุทธศาสตร์ การสร้างเสริมความมั่นคงทางพลังงาน โดยแสวงหาและพัฒนาแหล่งพลังงานและระบบไฟฟ้าจากทั้งในและต่างประเทศ การกำกับราคาพลังงานให้มีราคาเหมาะสม เป็นธรรมและมุ่งสู่การสะท้อนต้นทุนที่แท้จริง โดยปรับบทบาทกองทุนน้ำมันให้เป็นกองทุนสำหรับรักษาเสถียรภาพราคา ส่วนการชดเชยราคานั้นจะดำเนินการอุดหนุนเฉพาะกลุ่ม ส่งเสริมให้มีการใช้ก๊าซธรรมชาติมากขึ้นในภาคขนส่ง และส่งเสริมการใช้แก๊สโซฮอล์และไบโอดีเซลในภาคครัวเรือน การส่งเสริมการผลิต การใช้ ตลอดจนการวิจัยและพัฒนาพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก

ธุรกิจในด้านพลังงานทดแทนมีแนวโน้มเติบโตสูงขึ้น

d10332c6

นับว่าเป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่มาแรงในปีนี้ เนื่องจากความต้องการใช้พลังงานทั้งในแง่ของไฟฟ้าและเชื้อเพลิงเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งได้มีการคาดการณ์ก๊าซธรรมชาติที่ขุดขึ้นมาจากอ่าวไทยมีแนวโน้มที่จะหมดลงในอีก 10 ปีข้างหน้า กระทรวงพลังงาน จึงได้ให้การสนับสนุนการนำ พลังงานทดแทน หรือ พลังงานทางเลือกเข้ามาใช้ประโยชน์อย่างจริงจัง เพื่อลดผลกระทบจากการใช้เชื้อเพลิงจำพวกฟอสซิลมาผลิตเป็นพลังงานมากเกินไป รวมถึงความต้องการใช้พลังงานทดแทนสามารถดูแลสิ่งแวดล้อมของโลกได้ดีกว่า

พลังงานทดแทน พลังงานใดๆที่จะสามารถนำมาใช้ประโยชน์ทดแทนแหล่ง พลังงาน ซึ่งมีการสะสมตามธรรมชาติและใช้หมดไป เช่น น้ำมัน ถ่านหิน ก๊าซธรรมชาติ ฯ พลังงานทดแทนภายในประเทศซึ่งมีความเป็นไปได้ในการนำมาใช้ผลิตไฟฟ้า มีอาทิเช่น พลังงานจากแสงอาทิตย์ ลม ความร้อนใต้พิภพ น้ำ พืช วัสดุเหลือใช้จากการเกษตร ขยะ ฯ เนื่องจากพลังงานทดแทนดังกล่าวมีกระจายอยู่ตามธรรมชาติและไม่มีความสม่ำเสมอ การลงทุนเพื่อนำมาใช้ประโยชน์ผลิตไฟฟ้าจึงสูงกว่าการนำแหล่งพลังงานประเภท น้ำมัน ถ่านหิน ฯ มาใช้ อย่างไรก็ตามเมื่อพลังงานจากน้ำมัน ถ่านหิน ฯ ร่อยหรอลง ความเป็นไปได้ในการนำแหล่งพลังงานทดแทนมาใช้ประโยชน์ผลิตไฟฟ้าก็มีมากขึ้น

3 แหล่งพลังงานทดแทนที่น่าลงทุน

เมื่อมองในแง่นี้ พลังงานทดแทนที่น่าลงทุน คือ พลังงานชีวภาพจาก 3 แหล่ง ได้แก่
1. พลังงานชีวมวล
2. พลังงานก๊าซชีวภาพ
3. พลังงานขยะ
ซึ่งการตัดสินใจว่าพลังงานชนิดใดน่าลงทุนมากที่สุดขึ้นอยู่กับว่ามีวัตถุดิบแบบใดมากที่สุด เช่น ชุมชนมีขยะมากก็ทำพลังงานจากขยะ หรือมีฟาร์มหมูก็ใช้มูลของหมูทำพลังงานก๊าซชีวภาพ เป็นต้น แต่ก็ยังมีอุปสรรคในการลงทุน สำหรับพลังงานจากขยะที่มีขั้นตอนการดำเนินการมาก และจำเป็นต้องเกี่ยวข้องกับชุมชนทำให้ต้องมีการจัดการในส่วนนี้ให้ดีเสียก่อนเพื่อให้ชุมชนสนับสนุนและไม่ต่อต้าน สำหรับภาพรวมด้านเทคโนโลยีจะมีการปรับตัวตามการเปลี่ยนแปลง โดยทิศทางของเทคโนโลยีจะปรับมาใช้พลังงานทดแทน และเทคโนโลยีที่ใช้ผลิตพลังงานทดแทนจะปรับตัวเองให้ดีขึ้น มีประสิทธิภาพสูงขึ้นเรื่อยๆ แต่ราคาถูกขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งในช่วงนี้ถือว่าเทคโนโลยีมีการปรับตัวมาก เช่น เทคโนโลยีด้านรถยนต์จะเห็นว่ามีการพัฒนาให้ใช้เครื่องยนต์ไฮบริดมากขึ้น

แม้ว่าในวันนี้พลังงานทดแทนจะเป็นพลังงานทางเลือก แต่เมื่อถึงเวลาทุกคนจะต้องได้เผชิญหน้าโดยไม่ต้องเลือก พลังงานทดแทนย่อมจะเป็นส่วนร่วมกับชีวิต ไม่ว่าใครจะสนใจมันหรือไม่ และจะเพิ่มสัดส่วนกับการอยู่ในชีวิตของคนเรามากขึ้นเรื่อยๆ ไม่ว่าใครจะคิดอย่างไรก็ตาม

ธุรกิจเกี่ยวกับแหล่งพลังงานของแต่ประเทศที่มีความแตกต่างกัน

พลังงานเป็นสิ่งที่มีความสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจและการดำเนินชีวิตของประชาชนทั่วโลก เป็นปัจจัยที่ทำให้โลกมีการพัฒนาขับเคลื่อนไปข้างหน้าได้ พลังงานได้เป็นสินค้าที่มีความเป็นสากล มีการซื้อขายกันทั่วโลก ซึ่งตัวอย่างที่เห็นได้ชัดก็คือ น้ำมันปิโตรเลียม และพลังงานประเภทอื่นซึ่งขนย้ายได้ยาก เช่น ถ่านหิน ก๊าซธรรมชาติ และไฟฟ้า ก็ได้มีการขยายเครือข่ายการขนส่ง ท่อ และสายส่งระหว่างประเทศมากขึ้น เช่น ในยุโรป อเมริกา และ อาฟริกา ทำให้การค้าพลังงานระหว่างประเทศมีความสำคัญและมีการขยายตัวมากขึ้นเรื่อยๆ

เนื่องจากพลังงานเป็นสิ่งที่มีความจำเป็นต่อทุกๆอย่าง

จึงมีความสำคัญต่อทั้งทางเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง อย่างไรก็ตามการจัดหาให้ได้พลังงานมาและการนำพลังงานไปใช้ ล้วนแต่ต้องอาศัยการลงทุนปริมาณมหาศาล สำหรับประเทศกำลังพัฒนาในเอเชียนั้น การจัดหาเชื้อเพลิงสำหรับการผลิตไฟฟ้านั้นเป็นเรื่องสำคัญที่ทุกประเทศได้มีการดำเนินการ ทั้งการหาพันธมิตร การออกไปแสวงหาแหล่งพลังงานจากภายนอกประเทศ โดยปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อการจัดหาพลังงานของประเทศในภูมิภาคนี้ก็ คือ ประเทศจีนซึ่งเป็นผู้ใช้พลังงานที่สำคัญในภูมิภาค

การแข่งขันด้านการลงทุนและการจัดหาเชื้อเพลิง

ผู้ที่จะชนะได้ต้องมีความแข่งแกร่งทางด้านเงินทุน และที่สำคัญคือต้องมีประสิทธิภาพ ซึ่งองค์กรนำด้านพลังงานของแต่ละประเทศจะต้องเป็นแกนหลักในการเข้าหาแหล่งทุนและแหล่งเชื้อเพลิง และแต่ละประเทศก็ต้องตัดสินใจว่าจะให้องค์กรนำด้านพลังงานของประเทศตนเป็นบริษัทไฟฟ้าแห่งชาติ หรือบริษัทไฟฟ้าข้ามชาติของต่างประเทศ ซึ่งถ้าไม่ต้องการให้บริษัทไฟฟ้าข้ามชาติมาเป็นองค์กรนำด้านไฟฟ้าของประเทศ มีอิทธิพลครอบงำประเทศ ก็ต้องพัฒนาบริษัทไฟฟ้าแห่งชาติให้มีความแข่งแกร่งทางด้านเงินทุน และที่สำคัญต้องมีประสิทธิภาพจึงจะสามารถรักษาความมั่นคงด้านไฟฟ้าของประเทศและออกไปแข่งขันนอกอาณาเขตประเทศตนได้

การเติบโตอย่างรวดเร็วของเศรษฐกิจไทยนั้นทำให้เราต้องมีการใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นอย่างมาก ซึ่งจะต้องมีการลงทุนปริมาณมหาศาลตามมาเพื่อรองรับความต้องการ การที่จะได้มาซึ่งต้นทุนของเงินทุนที่ต่ำที่สุดนั้นเป็นปัจจัยสำคัญ ปัจจัยแรกของกิจการไฟฟ้า ปัจจัยที่สองที่ตามมาก็คือการดำเนินการอย่างมีประสิทธิภาพ และพัฒนาศักยภาพการแข่งขันของตัวเองให้เทียบระดับสากล

ทำไมแต่ละประเทศเลือกใช้พลังงานต่างกัน

ทุกประเทศต้องใช้ไฟฟ้าด้วยกันทั้งนั้น แต่แต่ละประเทศใช้เชื้อเพลิงไม่เหมือนกันมาผลิตไฟฟ้า บางประเทศใช้ถ่านหิน บางประเทศใช้ก๊าซธรรมชาติ บางประเทศใช้น้ำมัน บางประเทศใช้นิวเคลียร์ ก็เพราะแต่ละประเทศมีเชื้อเพลิงเป็นทรัพยากรธรรมชาติของตนเองไม่เหมือนกัน รวมทั้งมีระดับเทคโนโลยีไม่เท่ากัน สรุปก็คือเชื้อเพลิงใดราคาถูกก็ใช้เชื้อเพลิงนั้นเป็นหลัก แต่ก็มีเหมือนกันที่มีแล้วไม่ใช้ เช่น อเมริกามีน้ำมันสำรองอยู่ใต้ดินอีกเยอะ แต่ไม่ค่อยขุดขึ้นมาใช้ เพราะกลัวหมด จึงใช้พลังนิวเคลียร์กับถ่านหินแทน เหตุผลอีกอย่างคือบางประเทศเช่นไทยไม่มีแหล่งพลังงานสำรองมากนัก ต้องสั่งเข้าจากต่างประเทศ ดังนั้นแหล่งพลังงานที่จะซื้อจึงต้องมีพอ และต้องมีแน่นอนด้วย

คิดอย่างไรกับ OTOP กับอนาตข้างหน้าที่กำลังจะเปิด AEC

คิดอย่างไรกับ OTOP กับอนาตข้างหน้าที่กำลังจะเปิด AEC

คิดอย่างไรกับ OTOP กับอนาตข้างหน้าที่กำลังจะเปิด AEC

สวัสดีครับห่างหายกันไปอย่างยาวนานเลยสำหรับการเขียนบทความในบล็อกแห่งนี้นะครับ เพราะสิ่งที่สำคัญที่สุดในตอนนี้นั้นคือต้องการเตรียมพร้อมให้กับตัวเองอย่างดีที่สุด้เท่านั้นเอง หากจะว่าไปในเรื่องของ AEC ตอนนี้หวนคืนคิดถึงเรื่อง OTOP บ้านเราครับ ถึงแม้ว่าเมื่อเราก้าวเข้าสู่ AEC แล้ว หลายคนที่ยังไม่รู้เรื่องราวเกี่ยวกับสิ่งเหล่านี้ก็อาจจะปรับตัวไม่ค่อยทัน ตอนนี้หากจะว่ากันไปตามชนบทนั้น หลาย ๆ คนก้ยังขาดในเรื่องของการสื่อสารกับต่างชาติอยู่

จะทำอย่างไรหล่ะ เมื่อเค้าเปิดเสรีแล้ว ทุก ๆ ดินแดน หรือทุก ๆ เชื้อชาติ ก็จะบินกันวุ่นเลยสำหรับของแต่ละประเทศ ไปมาหาสู่กันได้ง่ายมากยิ่งขึ้น ดังนั้นสิ่งที่จำเป็นในเรื่องของธุรกิจตอนนี้อาจจะไม่ใช่แค่เพียงขายให้กับคนในประเทศเท่านั้น หากแต่ว่าเราต้องทำธุรกิจ และต้องขายให้กับคนทั่วประชาคม หรือแม้ว่าทั่วโลกนั่นเองครับ ดังนั้นลูกหลายตอนนี้ก็เลยต้องเรียนภาษาอังกฤษ แต่ก็ยังด้อยอยู่ดีนั่นเองครับ

ดังนั้นถ้า OTOP ยังอยู่เพราะตามี ยายมาคงไม่อยากจากบ้านไปไหนมากนักเราจะทำอย่างไร อนาคตข้างหน้าผู้นำหลาย ๆ ท่านก็ยังไม่ปรับตัวรองรับ ก็ต้องบอกก่อนเลยครับเมื่อมีความเสรีมากขึ้น การไปมาหาสู่กันมากขึ้น สิ่งที่ตามมาเรื่องหลัก ๆ เลยก็อาจจะเป็นเรื่องของการสื่อสารนั่นเองครับ แต่ถ้ามาอยู่สักพักก็คิดว่าคนไทยน่าจะสื่อสารกันได้มากยิ่งขึ้นกับชาวต่างชาตินั่นเองครับ

AEC บทบาทธุรกิจที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคต

ในอนาคตอันใกล้นี้ธุรกิจไม่ว่าประเทศไหน หรือว่าธุรกิจไทยเราก็ตามแต่ จะต้องมีการปรับเปลี่ยน หรือเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญอย่างแน่นอนครับ เพราะการรวมตัวเป็น AEC ที่กำลังจะเกิดขึ้นในแต่ละประเทศนั้น สิ่งที่แน่นอนก็คือว่าในเรื่องของการทำงาน หรือโอกาสทางด้านธุรกิจจะไม่มีโอกาสสำหรับคนเฉพาะประเทศบางประเทศอีกต่อไปครับ แต่จะเป็นโอกาสและเปิดเสรีกับคนทุกประเทศที่ได้เข้าร่วมกับ AEC

aec

aec

ตอนนี้ประเทศไทยที่น่ากัววลในเบื้องต้นก็คือการอ่าน พูด เขียน ภาษาอังกฤษครับ อย่างเช่นในเรื่องของการทำงานเราอาจจะต้องช้ากว่าคนอื่นอย่างแน่นอนครับ ตอนนี้สังคมการทำงานเราอาจจะมีแค่คนไทยอยู่ และเมื่อ AEC เข้ามาผมคิดว่าบาททางด้านการทำธุรกิจของพวกเรานั้นจะเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงไปครับ อาจจะนำสู่สากลมากขึ้น อาจจะต้องให้บริการกับชาวต่างชาติหลายเผ่าพันธ์เลยก็ว่าได้ครับ

ดังนั้นบทบาทของภาคธุรกิจที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคตนั้น จะมีความเป็นเสรีระหว่างการให้บริการกับคนมากขึ้น บทบาทในการดำเนินธุรกิจเองก็จำจะต้องเปลี่ยนไปอย่างแน่นอน เดิมทีเราอาจจะมีระบบการจัดการที่ให้บริการกับนิสัยคนไทย แต่ชาวต่างชาตินั้นเข้ามาเราอาจจะต้องมีการตรวจสอบบริการที่ไม่หล่ะหลวมมากยิ่งขึ้น เพราะคนประเทศอื่นค่อนข้างให้ความสำคัญกับวินัยนั่นเองครับ